วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ความหมายของ RMF LTF ETF คือและอยู่ในกองทุนประเภทใด

RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนที่มีจุดประสงค์ที่จะให้เราออมเงินไว้ เพื่อที่จะใช้จ่ายในยามที่เกษียณแล้ว โดยกองทุน RMF นี้ จะมีทั้งกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ตราสารทุน ฯลฯ เหมือนกับกองทุนรวมทั่วๆไป แต่จะมีลักษณะพิเศษที่สำคัญอยู่ 2 ข้อ ก็คือ
1. เมื่อเราซื้อหน่วยลงทุนแล้ว จะขายคืนได้ หลังจากอายุ 55 ปีขึ้นไป (และถือหน่วยลงทุนนั้นมาเกิน 5 ปีแล้ว) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราจะเกษียณ หรือ เกษียณไปแล้ว
2. ผู้ลงทุนจะต้องซื้อ RMF ทุกปี ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือ ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ต่อปี โดยอนุโลมให้เว้นช่วงได้ช่วงละ 1 ปี (สามารถซื้อปีเว้นปีได้) และถ้าผู้ลงทุนไม่มีเงินได้ในปีนั้นๆ ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องซื้อในปีนั้นได้
ซึ่งลักษณะพิเศษ หรือ ข้อกำหนด 2 ข้อนี้ ก็มีขึ้นเพื่อที่จะให้การลงทุนของผู้ลงทุน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนนั่นเอง(แนวคิดของกองทุน RMF จะเหมือนกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)  คือ ออมไว้ใช้ตอนเกษียณ หรือ ออมไว้ใช้ตอนออกจากงาน)กองทุน RMF นี้เหมาะสำหรับผู้ที่คิดว่าตนเองยังอาจจะมีวินัยทางการเงินไม่สูงนัก เพราะจะเป็นการบังคับเราออมไปในตัว ไม่ให้เราเผลอนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด แล้วไม่มีเงินที่จะเลี้ยงตนเองตอนเกษียณ

LTF (Long Term Equity Fund) เป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมแบบพิเศษที่ให้สิทธิผู้ลงทุนนำเงินลงทุนในแต่ละปีมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ LTF มีที่มาจากแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ที่มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ เพราะเชื่อว่าหากต้องการให้ตลาดหุ้นของไทยมีเสถียรภาพมากขึ้นจำเป็นต้องมีสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันในประเทศที่มีคุณภาพ (ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากองทุนรวม) มากกว่าปัจจุบัน จึงจะทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยไม่ผันผวนตามแรงซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนรายย่อยมากจนเกินไป และทำให้เกิดเสถียรภาพในระบบตลาดทุนไทยในที่สุด
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ลงทุน เงินลงทุนใน LTF สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15%ของรายได้ในแต่ละปีแต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ซื้อปีไหนก็ใช้ลดหย่อนภาษีของปีนั้น ส่วนจะประหยัดภาษีได้เท่าไร ก็ขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคน ยิ่งฐานภาษีสูงมากก็ยิ่งประหยัดได้มาก

ETF (Exchange Traded Fund) เป็นกองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซื้อขายสะดวกเหมือนหุ้น แต่กระจายความเสี่ยงเหมือน index fund ที่เสียค่าบริหารจัดการต่ำกว่ากองทุนอื่นๆ กองทุน ETF สามารถอ้างอิงดัชนีได้หลายประเภท เช่น ดัชนีราคาหลักทรัพย์ ดัชนีราคาตราสารหนี้ ดัชนีราคาทองคำ เป็นต้น
กองทุน ETF เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่รวมเอาคุณสมบัติเด่นของหุ้นและกองทุนเปิดไว้ด้วยกัน โดยมีคุณสมบัติเหมือนหุ้น ในแง่ที่ต้องซื้อขายผ่านโบรกเกอร์เท่านั้น ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายและรู้ราคาซื้อขายได้ตลอดเวลา (real time) ไม่มีกำหนดอายุโครงการ ด้านคุณสมบัติที่คล้ายกองทุนเปิด คือ สามารถเพิ่มหรือลดหน่วยลงทุน Equity ETF ได้ real time มีนโยบายการลงทุนคล้ายกับ index fund
ด้วยเหตุนี้เอง กองทุน Equity ETF จึงเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น แต่อยากกระจายความเสี่ยงและไม่ต้องการลุ้นว่าจะซื้อหรือขายหน่วยลงทุนที่ราคาเท่าไร (เพราะปัจจุบันถ้าซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนอื่นๆ จะทราบราคาซื้อขาย ณ สิ้นวัน) จากสาเหตุดังกล่าว ผู้ลงทุนยังสามารถเก็งกำไรได้เหมือนหุ้น ซึ่งถ้าผู้ลงทุนจะทำการเก็งกำไรสามารถทำได้ทั้งพอร์ตการลงทุนของกองทุน ETF แต่ถ้าเป็นหุ้นจะเก็งกำไรได้เฉพาะหุ้นตัวที่ซื้อเท่านั้น หากผู้ลงทุนไม่ต้องการเก็งกำไร ก็สามารถถือหน่วยลงทุนกองทุน ETF แบบระยะยาวเพื่อรอปันผลได้ โดยดูผลตอบแทนในรูปแบบ NAV ได้เหมือนกองทุนรวมทั่วๆ ไป 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น